พระสงฆ์กับบุญบั้งไฟ

พระสงฆ์กับบุญบั้งไฟ


 

พระกับบุญบั้งไฟอยู่คู่กันมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เนื่องมาจากภิกษุเป็นคนนำทางด้านการประดิษฐ์สร้างสรรค์วิธีการทำบั้งไฟ ผู้ครอบครองบั้งไฟดังในอดีตีก็เลยมีภิกษุรวมอยู่ด้วยรวมทั้งโดยสาเหตุมาจากที่บุญบั้งไฟเป็นงานที่เรียกว่าเล่น รับประทานเป็นเล่นเบิกบานรวมทั้งรับประทานอย่างมากอันเป็นการส่งท้ายก่อนไปสู่ฤดูปลูกข้าว ฉะนั้นพระที่ร่วมการจุบั้งไฟก็เลยได้รับการผ่อนปรนโดยขนบธรรมเนียมของชาวอีสานอนุญาตให้พระพระสงฆ์ร่วมกิจกรรมได้อย่างผู้ครองเรือนไม่นับว่าไม่ถูกพระธรรมวินัยถึงขั้นที่มีการสร้างหมวกผ้าสีเหลืองที่เรียกว่า “หว่อม” ให้พระพระสงฆ์สวมเพื่อทำให้เห็นว่าพระภิกษุรูปนั้นสามารถเล่นบันเทิงใจในบุญบั้งไฟได้
เมื่อเวลาผ่านไปจารีตบุญบั้งไฟแปรไปในแนวทางที่มีการพนันเป็นส่วนประกอบสำคัญ สงฆ์ก็ยังคงติดตามอยู่กับจารีตประเพณีนี้ในตอนนี้ก็เลยมีทั้งยังสงฆ์ที่เป็นเจ้าของค่ายบั้งไฟและก็สงฆ์ที่เป็นนักเสี่ยงโชคบั้งไฟ เว้นเสียแต่สงฆ์แล้วยังมีคนที่เกี่ยวอื่นๆกับการเดิมพันในบุญบั้งไฟอีก ดังเช่น
หัวหน้าชุมชน จุดเริ่มแรกของการจัดงานทำบุญบั้งไฟ เป็นการประชมุคณะกรรมการหมู่บ้านแล้วก็ประชาชน เพื่อระบุวันจุดบั้งไฟ ด้วยเหตุนั้นหัวหน้าชุมชนก็เลยมีหน้าที่ในงานทำบุญตามหน้าที่แล้วก็ในทางปฏิบัติ ด้วยเหตุว่าคนที่จำเป็นต้องไปประสานงานหรือยื่นขอต่อทางการก็คือหัวหน้าชุมชน ดังเช่นผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันเมื่องานทำบุญบั้งไฟแปลงเป็นบ่อนบุญหน้าที่ของหัวหน้าชุมชนอย่างหนึ่งก็คือการติดต่อกลุ่มผู้ตัดสินจับเวลาที่โด่งดังแล้วก็เป็นที่ยอมรับของค่ายบั้งไฟรวมทั้งผีพนันเมื่อมีผู้เล่นการเดิมพันเยอะมากๆก็จะมีผลให้ผู้จัดมีรายได้มากมายเพราะเหตุว่ารายได้หลักของการจัดบ่อนบุญมาจากการเก็บค่าผ่านประตู ในขณะนี้ความโหฬารของงานทำบุญบั้งไฟวัดจากการที่มี นักการพนันรุนแรง” หรือ เซียนยั้ง” เข้าไปเล่นการเดิมพันด้วยเหตุว่าเซียนยั้งทำให้วงพนันมีชีวิตชีวาและก็ทำให้มีเงินล่อใจนักเสี่ยงดวงมือสมัครเล่น
หน่วยงานดูแลส่วนท้องถิ่น เนื่องด้วยการจัดงานทำบุญบั้งไฟเป็นการสนับสนุนวัฒนธรรมขนบธรรมเนียม หน่วยงานดูแลส่วนท้องถิ่นก็เลยจำต้องให้การส่งเสริมทั้งยังงบประมาณรวมทั้งกำลังคน เมื่อการจัดงานชิงชัยบั้งไฟเปลี่ยนเป็นบ่อนการพนันเต็มต้นแบบ การผลักดันและสนับสนุนของหน่วยงานดูแลส่วนท้องถิ่นก็เลยพอๆกับการช่วยสนับสนุนการเดิมพัน
นักการเมืองเกี่ยวพันกับการแข่งขันชิงชัยแล้วก็การเดิมพันบั้งไฟในลักษณะของการช่วยสนับสนุนกิจกรรมงานทำบุญอันเป็นกระบวนการทำบำรุงศาสนาแล้วก็เกื้อหนุนวัฒนธรรมจารีต ซึ่งคนที่เป็นผู้แทนของพสกนิกรควรจะมีส่วนร่วมเนื่องจากว่าถ้าเกิดนักการเมืองไม่ร่วมกิจกรรมพสกนิกรในเขตเลือกตั้งก็จะจัดว่าผู้แทนของตัวเองไม่สนใจงานทำบุญในพื้นที่ ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนเสียงเมื่อการจุบั้งไฟแปลงเป็นกิจกรรมการเดิมพันเต็มต้นแบบการช่วยสนับสนุนงานทำบุญของนักการเมืองก็เลยพอๆกับการผลักดันการพน้นไปโดยปริยาย

Author: Admin